|
|
|
|
สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
(มกอช.) มีหน้าที่อะไร
|
|
|
ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ
พ.ศ. 2545 ได้กำหนดให้
มกอช. มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ
ดังนี้
1. กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร
สินค้าแปรรูป และสินค้าอาหาร
2. กำกับ ดูแล และเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยด้านอาหาร
3. ออกใบอนุญาต และรับรองผู้รับรองมาตรฐาน
และผู้ประกอบการเกี่ยวกับมาตรฐานและฉลากคุณภาพสินค้าเกษตร
สินค้าเกษตรแปรรูป
และสินค้าอาหาร
4. ประสานงานและร่วมเจรจาแก้ไขปัญหาด้านเทคนิค
มาตรการที่มิใช่ภาษี
และการกำหนดมาตรฐานระหว่างประเทศ
5. เป็นศูนย์กลางข้อมูลสารสนเทศด้านมาตรฐานสินค้าเกษตร
สินค้าเกษตรแปรรูปและอาหาร
6. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
7. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
หรือตามที่กระทรวง
หรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย |
|
|
|
การกำหนดมาตรฐานมีกี่ประเภทอะไรบ้าง
อธิบาย
|
|
|
มี
3 ประเภท คือ
1. มาตรฐานสินค้า
เป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ระดับประเทศในการผลิต
การค้าในประเทศ การส่งออกนำเข้า
และการตรวจรับรองสินค้าโดยข้อกำหนดครอบคลุมทั้งด้านความปลอดภัยและคุณภาพที่จำเป็นที่ผู้บริโภคต้องการมาตรฐานสินค้าเกษตรที่เป็นผลผลิต
เช่น ข้าวหอมมะลิ ทุเรียน
มะม่วง หน่อไม้ฝรั่ง
กล้วยไม้ เนื้อโค เนื้อสุกร
ปลานิล เป็นต้น มาตรฐานสินค้าเกษตรแปรรูปขั้นต้นหรืออาหารแปรรูป
เช่น ลำไยอบแห้ง กะทิ
ซูริมิ เป็นต้น
2. มาตรฐานระบบการผลิต
เป็นมาตรฐานที่กำหนดขึ้นเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจรับรองการปฏิบัติของผู้ผลิต
ตั้งแต่การผลิตระดับฟาร์ม
มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี
(GAP) ระดับโรงคัดบรรจุ
และโรงงานอุตสาหกรรม
ซึ่งรวมทั้งโรงงานแปรรูปขั้นต้น
โรงฆ่าสัตว์ โรงสีข้าว
หรือมาตรฐานการปฏิบัติทางโรงงานที่ดี
(GMP)
3. มาตรฐานทั่วไป
เป็นมาตรฐานที่เป็นข้อกำหนดทั่วไปต่างๆ
ได้แก่ เกณฑ์กำหนดเฉพาะด้านที่เกี่ยวกับความปลอดภัยรวมถึงด้านสุขอนามัยสัตว์และพืชด้วย
เช่น ข้อกำหนดสำหรับวัสดุบรรจุภัณฑ์ไม้เพื่อการส่งออก
มาตฐานสารพิษตกค้างมาตรฐานสารปนเปื้อน
มาตรฐานวิธีวิเคราะห์และชักตัวอย่าง
มาตรฐานวิธีชันสูตรโรค |
|
|
|
|
ลักษณะเครื่องหมาย
Q เป็นอย่างไร ?
|
|
|
1.
กรณีสินค้าอาหาร เป็นรูปตัว
Q สีเขียวเข้ม หางตัว
Q เป็นสีธงชาติรอบนอกตัว
Q ล้อมด้วยข้อความสีดำด้านบน
แสดงชื่อ "กระทรวงเกษตรและสหกรณ์"
ด้านล่างแสดงหน่วยงานรับรอง
ประเภทการรับรอง และรหัสมาตรฐาน
ผู้ประกอบการที่ได้รับรองและชื่อสินค้า
ภายในตัว Q ระบุข้อความสีทองว่า
"อาหารปลอดภัย"
การแสดงข้อความอาจจะแสดงเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้
ขนาดของเครื่องหมายให้ใช้ตามความเหมาะสม
2. กรณีสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร
เช่น กล้วยไม้ ยางพารา
ไหม ปัจจัยการผลิต
เป็นต้น และการรับรองประเภทอื่น
ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของอาหาร
ใช้เครื่องหมายนี้โดยไม่ระบุข้อความ
"อาหารปลอดภัย"
|
|
|
|
|
ประโยชน์ของการใช้เครื่องหมายรับรอง
Q
|
|
|
"เครื่องหมาย
Q ใช้เป็นประโยชน์ในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภค
ทราบว่า สินค้าเกษตรและอาหาร
ที่ได้รับตรวจสอบและการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นั้น ๆ มีความปลอดภัย
มีคุณภาพ หรือเป็นไปตามข้อกำหนดในมาตรฐาน
รวมทั้งกระตุ้นให้ผู้ผลิตมีการพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพได้มาตรฐานขึ้น"
|
|
|
|
|
สินค้าที่มีเครื่องหมายฮาลาลแล้ว
จำเป็นต้องขอตัว Q ด้วยหรือไม่ ?
|
|
|
เครื่องหมายฮาลาล
เป็นมาตรฐานการผลิตอาหารตามหลักศาสนาอิสลาม
ส่วนตัว Q เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ซึ่งสินค้าที่ได้รับเครื่องหมาย
ฮาลาลแล้ว สามารถขอหรือไม่ขอเครื่องหมาย
Q ก็ได้ |
|
|
|
|
การรับรองระบบ
เป็นอย่างไร ?
|
|
|
การรับรองระบบ
(System Certification)
เป็นการตรวจประเมินให้การรับรองระบบโดยคลอบคลุมกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรและอาหารให้ได้ตามาตรฐาน
อันได้แก่
1. การรับรองระบบ
GMP/HACCP
เป็นการตรวจประเมินให้การรับรองระบบให้ได้มาตฐานด้านความปลอดภัยอาหาร
(GMP/HACCP) โดยหน่วยรับรองที่ให้การรับรองต้องมีการจัดระบบตามมาตรฐาน
ISO/IEC Guide 62 :
1996 : ซึ่งไม่สามารถแสดงเครื่องหมาย
"Q" ที่ตัวสินค้า
แต่ให้แสดงที่ส่วนอื่น
เช่น เอกสารการรับรอง
ประกาศนียบัตร และเอกสารการโฆษณาเผยแพร่
เป็นต้น
2. การรับรองระบบการผลิตอื่นๆ
ได้แก่ การรับรองระบบสวนป่า
เป็นต้น |
|
|
|
|
การนำตัวอย่างสินค้ากลับคืนเข้ามาในประเทศไทยจะต้องเสียภาษีขาเข้าหรือไม่และอัตราใด
|
|
|
|
การนำตัวอย่างสินค้ากลับเข้ามาจะได้รับยกเว้นอากรเมื่อได้นำกลับเข้ามาภายใน
1 ปี และได้ทำใบสุทธินำกลับไว้แล้วขณะส่งออก
จึงควรปฏิบัติให้ถูกต้องตามเงื่อนไขทั้ง
2 ข้อนี้ มิฉะนั้นหากเป็นของต้องชำระอากรก็จะต้องชำระอากรตามปกติ
ในกรณีที่มิได้ยื่นขอใบสุทธินำกลับไว้หรือมีใบสุทธินำกลับแล้วแต่นำกลับเข้ามาไม่ทันภายในกำหนด
1 ปี ให้ยื่นขอผ่อนผันใบสุทธินำกลับหรือขอขยายเวลาก่อน
หากได้รับอนุมัติจึงได้รับยกเว้นอากร
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ
ใบสุทธินำกลับ
|
|
|
|
|
สินค้านำเข้ามาแล้วพบว่ามีสินค้าที่ชำรุดและสามารถเปลี่ยนสินค้าดังกล่าวกับผู้ผลิตได้
สินค้าที่เปลี่ยนเมื่อนำเข้ามาจะต้องเสียภาษีนำเข้าหรือไม่
ถ้าต้องชำระ จะขอลดหย่อนอัตราภาษีได้หรือไม่
หรือต้องดำเนินการอย่างไร ?
|
|
|
กรณีนำสินค้าเข้ามาแทนสินค้าเดิม
สินค้าที่นำเข้าจะต้องชำระอากรตามชนิดและอัตราอากร
ตามประเภทพิกัดของสินค้านั้น
สำหรับการขอสิทธิลดหย่อนค่าภาษีอากร
เนื่องจากเป็นการนำเข้ามาทดแทนสินค้าชำรุดที่นำเข้าก่อนหน้านั้น
ไม่อาจกระทำได้เพราะไม่มีประกาศหรือคำสั่งให้ลดหย่อนภาษีอากร
และสินค้านี้เป็นการนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยปกติ
สำหรับสินค้าที่ชำรุดหรืออาจจะผิดรุ่น
ผู้นำเข้าสามารถส่งคืนให้ผู้ผลิตหรือผู้ขายและขอคืนค่าภาษีอากรที่ชำระไว้ได้
โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กรมศุลกากรกำหนด
ว่าด้วยการคืนอากรตามมาตรา
19 ( Re-Export ) สินค้านอกอารักขาศุลกากร
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อ
การคืนอากรตามาตรา
19 (Re-export) |
|
|
|
|
ประโยชน์ของระบบการตรวจสอบย้อนกลับ
(Traceability) คืออะไร ?
|
|
|
ระบบการสืบค้นย้อนกลับเป็นมาตรการที่ประเทศคู่ค้าสำคัญ
ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา
สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น
ได้กำหนดเป็นกฎระเบียบในการนำเข้าสินค้าให้ประเทศผู้ส่งออกต้องนำไปปฏิบัติ
ทั้งนี้ประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหาร
และต้องการเป็นครัวของโลกจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเตรียมการให้มีการนำระบบดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าเกษตร
และอาหาร เพื่อรองรับสถานการณ์ทางการค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
นอกจากนั้นการนำระบบการตรวจสอบย้อนกลับไปประยุกต์ใช้
ยังก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งกับผู้ผลิตสินค้าอาหาร
และผู้บริโภค |
|
|
|
|
มีหน่วยงานจากรัฐบาลกี่หน่วยงานที่จะช่วยตรวจสอบการใช้สารเคมีของเกษตรกร
? แล้วถ้าหน่วยงานจากรัฐบาลให้การรับรองเกษตรกรายนั้นแล้ว
เราจะสามารถมั่นใจได้เลยหรือไม่ว่าจะไม่มีสารเคมีตกค้าง
?
|
|
|
| มีหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยที่ตรวจสอบการใช้สารเคมีของเกษตรกร
เช่น การตรวจรับรองฟาร์มมาตรฐานซึ่งจะมีเรื่องการใช้สารเคมี
ซึ่งเราสามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าฟาร์มนั้นมีการใช้สารเคมีตามที่ให้คำแนะนำ
แต่ไม่ได้หมายความว่า
100% เพราะบางทีก็มีปัญหาใช้สารเคมีตามที่แนะนำ
แต่ปรากฏว่าสารเคมีที่ใช้ติดฉลกาไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
เป็นต้น ปัจจุบันหน่วยงานที่ดูและเรื่องฟาร์ม
เช่น กรมวิชาการเกษตร
กรมส่งเสริมการเกษตร
กรมปสุสัตว์ กรมประมง
เป็นต้น ในระยะต่อไปจะเป็นการจัดตั้ง
CB เอกชนเพื่อมาสนับสนุนการดำเนินงานด้านนี้ด้วย |
|
|
|