คำถาม - คำตอบ
จากการสัมมนา เรื่อง " ระเบียบการติดฉลากอาหารของประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย "
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2553 ณ โรงแรม รามาการ์เด้นท์ กรุงเทมหานคร


สหภาพยุโรป
       
คำถาม
:
เราใช้หลักเกณฑ์ใดในการวิเคราะห์ว่า Additive นั้นมีผลต่อ Finished Product ของเรา เช่น ผลิตสินค้า ปอเปี๊ยะกับสับปะรดโดยสัปปะรดนั้นมีส่วนผสมของ สับปะรด, น้ำตาล, กรดซิตริก, กรดเอสคอบิค, น้ำ ซึ่งกรดซิตริกและกรดแอสคอมิค มีผลต่อสับปะรดแต่ไม่มีผลต่อปอเปี๊ยะสับปะรด
 
       
       
คำตอบ
:
ถ้าสับปะรดไม่ได้เป็นตัวที่ทำให้เกิด technological function ในปอเปี๊ยะสับปะรด ก็ไม่ถือว่า additive นั้น เป็น ingredient
 
 
       
คำถาม
:
จำเป็นหรือไม่ว่า Nutrition ที่ระบุบนฉลากต้องมาจากการวิเคราะห์เท่านั้น สามารถใช้คำจากการวิเคราะห์สินค้า Product ใกล้เคียงกันได้หรือไม่
 
       
       
คำตอบ
:
โดยทั่วไปการระบุปริมาณสารอาหารจะได้จากการส่งตัวอย่างอาหารนั้นไปตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ
 
 
       
คำถาม
:
ข้าวโพดเป็น Allergen ใน list EU? เนื่องจาก Questionnaire ของลูกค้าญี่ปุ่น มีการระบุข้าวใน list Allergen
 
       
       
คำตอบ
:
Allergen ตาม Directive 2007/68/EC ครอบคลุมเฉพาะ Celeals containing gluten เช่น Wheat, Rye, Barley, Oats, Spelt, Kamut และผลิตภัณฑ์จากพืชเหล่านี้
 
 
       
คำถาม
:
กรณีระบุว่า fat-free ไขมันต้องเท่าไหร่ เพราะใน slide เกณฑ์ไปเท่ากับกรณี Low Fat
 
       
       
คำตอบ
:
fat-free คือ ต้องมีไขมันไม่เกิน 0.5 กรัม /100 มิลลิลิตร หรือ 100 กรัม ส่วน Low Fat ต้องมีไขมันในอาหารไม่เกิน 3 กรัม/100 กรัม (สำหรับอาหารที่เป็นของแข็ง) หรือ มีไขมันไม่เกิน 1.5 กรัม /100 มิลลิลิตร (สำหรับอาหารที่เป็นของเหลว)
 
 
       
คำถาม
:
ยกตัวอย่างการกล่าวอ้างสรรพคุณด้านสุขภาพ (Health Claim) ให้เห็นภาพชัดเจน
 
       
       
คำตอบ
:
เช่น การกล่าวอ้างว่าอาหารนั้นรับประทานแล้วจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด , อาหารนี้ป้องกันมะเร็ง เป็นต้น
 
 
       
คำถาม
:
การที่ทำพิจารณาเรื่อง Nutrition Claim เช่น Low Sodium จะต้องมี % ของ Sodium น้อยกว่ากี่ % เปรียบกับอะไร
 
       
       
คำตอบ
:
Low Sodium จะต้องมีโซเดียมในอาหารไม่เกิน 0.12 กรัม/100 กรัม หรือ 100 มิลลิลิตร ส่วนการกล่าวอ้างเป็น % จะใช้กับการกล่าวอ้างว่าเป็นแหล่งของสารอาหารหรือมีการเติมสารอาหาร เช่น กล่าวอ้างว่าเป็นแหล่งของโปรตีน ได้ ก็ต่อเมื่ออาหารนั้นมีโปรตีนที่ให้พลังงานไม่น้อยกว่า 12% ของพลังงานทั้งหมด
 
 
       
คำถาม
:
ไม่เข้าใจเรื่องการกล่าวอ้างสรรพคุณคุณค่าทางโภชนาการของ Protein คำว่า “ปริมาณพลังงานในอาหารจะต้องได้จาก Protein ไม่น้อยกว่า” หมายความว่า ให้เอา Protein * 4 / 2000 ต้องไม่น้อยกว่า 20% ถึงจะ claim high protein ได้
 
       
       
คำตอบ
:
เอาปริมาณโปรตีน*4*100/ปริมาณพลังงานทั้งหมด ต้องไม่มากกว่าร้อยละ 20 ถึงสามารถ claim high protein ได้
 
 
       
คำถาม
:
Food Allergen ใน EU ระบุ Celery เป็น Allergen
1. อยากทราบว่า พืชที่อยู่ในกลุ่ม “Umbelliferae” เป็น Allergen ตามข้อกำหนด EU หรือไม่
2. Cumin, Coriander Seed เป็น Allergen ตามข้อกำหนดของ EU หรือไม่ จำเป็นต้องระบุใน Allergy Advice : Contains หรือไม่
3. การแสดงตาราง Nutrition EU กำหนดเริ่มบังคับใช้เมื่อไร
 
       
       
คำตอบ
:
1. ตาม Directive 2007/68/EC ระบุไว้เฉพาะ Celery และผลิตภัณฑ์จาก Celery แต่ไม่ได้ครอบคลุมถึงพืชในตระกูล Umbelliferae ทุกชนิด
2. ตาม Directive 2007/68/EC ไม่ได้ครอบคลุมถึง Cumin และ Coriander seed
3. กฎระเบียบการติดฉลากโภชนาการของสหภาพยุโรปเริ่มใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2533
 
 
       
คำถาม
:
อยากทราบค่า MRL สารพิษตกค้างของมะม่วง มังคุด ลำไย ส่งออกไปประเทศแถบยุโรปว่าต้องไม่เกินเท่าไร
 
       
       
คำตอบ
:
ค่า MRL ของ EU สามารถดูได้จาก http://ec.europa.eu/sanco_pesticides/public/index.cfm
 
 
       
คำถาม
:
สัญลักษณ์ e แสดงถึงอะไร
 
       
       
คำตอบ
:
สัญลักษณ์ e แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีระบบการควบคุมการบรรจุที่ทำให้ปริมาณสุทธิสอดคล้องกับข้อกำหนดที่มีการกำหนดไว้ตาม The European Council Directives 76/211/EEC หรือ 75/106/ EEC บนบรรจุภัณฑ์ขายปลีกที่มีการบรรจุตั้งแต่น้ำหนัก 5 กรัม - 10 กิโลกรัม หรือ 5 มิลลิลิตร – 10 ลิตร โดยผู้ที่จะแสดงสัญลักษณ์ e บนบรรจุภัณฑ์ได้นั้น จะต้องมีปริมาณสุทธิเฉลี่ยตามที่ระบุไว้บนฉลากของบรรจุภัณฑ์ ทั้งนี้สามารถระบุจำนวนผลิตภัณฑ์ที่บรรจุต่ำกว่าปริมาณสุทธิที่แสดงไว้ได้บ้างแต่ต้องเป็นไปตามข้อกำหนด รวมถึงมีวิธีการทางสถิติในการตรวจสอบ
 
 
       
คำถาม
:
All type of Sucrose หมายถึงอะไร และคือน้ำตาลอะไรบ้าง
 
       
       
คำตอบ
:
หมายถึง น้ำตาลที่ไม่ว่าจะได้มาจาก sugar cane, sugar beet หรืออื่นๆ ก็ให้ใช้คำว่า sugar
 
 
       
คำถาม
:
Best Before : สินค้ายังคงสภาพเช่นเดิม วัดจากอะไร ค่าทางเคมี, กายภาพ ใช่หรือไม่
 
       
       
คำตอบ
:
ใช่ โดยวัดจากค่าทางเคมีและทางกายภาพ ทั้งลักษณะ รสชาติและสีสันที่ต้องไม่เปลี่ยนแปลงไป
 
 
       
คำถาม
:
Nutrition claim ของ EU ต่างจากประเทศอื่นหรือไม่ เช่นพวก claim -low sodium, high protein, high fibre ค่าต่างๆ เหล่านี้เป็นสากลที่แต่ละประเทศใช้คำเดียวกันหรือไม่
 
       
       
คำตอบ
:
ประเทศอื่นๆ อาจมีการกำหนดปริมาณสารอาหารที่ claim ไม่เท่ากัน เช่น EU สามารถ claim -low sodium เมื่ออาหารนั้นประกอบด้วยโซเดียมน้อยกว่า 0.12 กรัม/100 กรัมของอาหาร แต่สำหรับไทยจะสามารถ claim -low sodium เมื่ออาหารนั้นประกอบด้วยโซเดียมน้อยกว่า 0.14 กรัม เป็นต้น
 
 
       
คำถาม
:
ลำดับการเรียง Ingredients ในฉลากเป็นอย่างไร
 
       
       
คำตอบ
:
ให้เรียงลำดับตามน้ำหนักของ Ingredients ที่ใช้จากมากไปหาน้อย
 
 
       
คำถาม
:
Food Additive ต้องระบุ e number หรือไม่
 
       
       
คำตอบ
:
ถ้าสาร food additive นั้นมีระบุใน annex II ของ Directive 2000/13/EC ก็ระบุ specific name หรือ E number
 
 
       
คำถาม
:
ถ้าไม่ระบุ ชื่อ ที่อยู่ ผู้ผลิต แต่ระบุเพียง “Thailand No.” อย่างเดียวได้หรือไม่
 
       
       
คำตอบ
:
Directive 2000/13/EC กำหนดให้ต้องระบุชื่อและที่อยู่ของ Manufacturer หรือ Packager หรือ Seller ด้วย
 
 
       
คำถาม
:
กรณีสินค้าเป็นกุ้งทอด % ส่วนผสม เนื้อกุ้งเป็น “ %ก่อนทอด ” หรือ “ %หลังทอด ”
 
       
       
คำตอบ
:
Directive 2000/13/EC, Article 7, Para 4 กำหนดว่าการแจ้งปริมาณเป็น % ให้แจ้งปริมาณของส่วนผสมที่ใช้ในอาหาร (ซึ่งก็คือก่อนทอด)
 
 
       
คำถาม
:
หลังวิเคราะห์น้ำตาลทรายแล้วไม่พบว่ามีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ เมื่อนำไปทำผลิตภัณฑ์ ต้องระบุซัลเฟอร์ไดออกไซด์ หรือไม่
 
       
       
คำตอบ
:
ไม่ต้องระบุ ถ้าสินค้านั้นไม่มีซัลเฟอร์ไดออกไซด์
 
 
       
คำถาม
:
อาหารที่ส่งออกไป EU จะระบุแค่ e number ของ Food Additive ได้หรือไม่
 
       
       
คำตอบ
:
สามารถได้ทั้งระบุ specific name หรือ E number
 
 
       
คำถาม
:
ถ้า compound ingredients ของ phosphate มีหลายตัว จะระบุฉลากที่ส่งออกไป EU , US อย่างไร
 
       
       
คำตอบ
:
สำหรับ EU ให้ระบุชื่อ “Compound ingredient” [ชื่อ ingredient 1, ชื่อ ingredient 2, …]
 
 
       
คำถาม
:
หากไม่มีการกล่าวอ้างสารอาหารเลย ไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลโภชนาการในอาหารที่ส่งไป EU ใช่หรือไม่
 
       
       
คำตอบ
:
ถึงแม้ไม่มีการกล่าวอ้างเกี่ยวกับสารอาหารเลย แต่ควรต้องมีการแสดงข้อมูลโภชนาการด้วย เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาเปรียบเทียบคุณค่าทางอาหารของผู้บริโภค
 
 
       
คำถาม
:
จำเป็นหรือไม่ว่า Nutrition ที่ระบุบนฉลากต้องมาจากการวิเคราะห์เท่านั้น สามารถใช้คำจากการวิเคราะห์สินค้า Product ใกล้เคียงกันได้หรือไม่
 
       
       
คำตอบ
:
โดยทั่วไปการระบุปริมาณสารอาหารจะได้จากการส่งตัวอย่างอาหารนั้นไปตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ
 
 
สหรัฐอเมริกา
       
คำถาม
:
Food Additive ของ USA ที่ยอมให้ใช้ สามารถดูได้จากไหน
 
       
       
คำตอบ
:
สามารถเข้าไปดูได้ในเว็บไซต์ของ USFDA
http://www.fda.gov : เข้าไปที่เมนู Food เลือกหัวข้อ Food Ingredients & packaging เลือก Food Additives (http://www.fda.gov/Food/FoodIngredientsPackaging/FoodAdditives/default.htm)
 
 
       
คำถาม
:
ไม่ใช้คำว่า Contain ได้ไหมในสินค้าเข้า USA
 
       
       
คำตอบ
:
ตามระเบียบของสินค้าที่นำเข้า USA ต้องระบุคำว่า ว่า Contain
 
 
       
คำถาม
:
ชื่อ-ที่อยู่ผู้ผลิต ไม่ระบุ แต่ระบุเป็น “Thailand No” ได้ไหม
 
       
       
คำตอบ
:
ต้องระบุ ชื่อ – ที่อยู่ของผู้ผลิต หากบริษัทใดผลิต บรรจุ หรือจัดจำหน่าย ในสถานที่นอกเหนือจากสถานประกอบการหลักของธุรกิจแล้ว ฉลากต้องระบุสถานประกอบการหลักแทนสถานประกอบการจริง
 
 
       
คำถาม
:
Product : Tuna in Water
Ingredients : Tuna (fish), water, salt (โชว์บนฉลาก) จำเป็นต้องโชว์ contain : fish เพิ่มเติมหรือไม่ (Remark : ส่งออกไปอเมริกา)
 
       
       
คำตอบ
:
ไม่จำเป็นต้องระบุเพิ่มเติมก็ได้
 
       
คำถาม
:
ในกรณีซัลเฟอร์ ถ้าน้อยกว่า 10 ppm. ต้องระบุในฉลากหรือไม่ และต้องระบุหรือไม่ว่าใช้สารชนิดใด เช่น โซเดียม หรือโปแทสเซียมเมตาโบซัลไฟต์
 
       
       
คำตอบ
:
ตามระเบียบหากมี sulphurdioxide หรือ sulphite เกิน 10 ppm. ต้องระบุในฉลาก ในส่วนของ potassium หากมีการอ้างถึงก็จำเป็นต้องมีการแสดงฉลาก โดยปริมาณ potassium ถ้าน้อยกว่า 5 มิลลิกรัม ให้ระบุเป็นศูนย์
 
 
       
คำถาม
:
มะพร้าวเป็น Allergen ตามที่ประเทศอเมริการะบุ แต่ว่า Nata de Coco (วุ้นมะพร้าว) นี้มีการเปลี่ยนไปแล้ว ไม่ทราบว่าเป็น Allergen หรือไม่ค่ะ ถ้าไม่เป็น จะสามารถเอาหลักฐานเอกสารมายืนยันได้ว่าไม่เป็น
 
       
       
คำตอบ
:
กรณีอาหารที่ผ่านการแปรรูปและมีส่วนผสมของ food allergen จะต้องติดฉลาก คำว่า “contains” อยู่หน้าชื่อชนิดของ food allergen และใช้ชื่อสามัญธรรมดา ( commom or usual name) ของสินค้านั้นๆ ที่ผู้บริโภคทั่วไปรู้จัก (พิมพ์ต่อกัน) โดยชื่อ food allergen จะต้องพิมพ์ขนาดตัวอักษรไม่เล็กกว่า ชื่อของ food ingredient
 
 
       
คำถาม
:
ถ้าใน ingredients มีถั่วลูปิน แต่เราส่งออกไป US จำเป็นหรือไม่ที่ต้องระบุ allergen เป็น lupin
 
       
       
คำตอบ
:
ถั่วลูปินไม่ได้ถูกระบุว่าอยู่ในอาหารก่อภูมิแพ้ของสหรัฐฯ ดังนั้นไม่ต้องระบุว่าเป็น allergen
 
 
ญี่ปุ่น
       
คำถาม
:
(จากตัวอย่าง Lunch Box) Food Additives Labeling จำเป็นต้องระบุชื่อสารหรือเปล่า เช่น pH regulator
 
       
       
คำตอบ
:
จำเป็นต้องระบุชื่อสารดังกล่าวด้วย
 
 
       
คำถาม
:
การขายสินค้า Organic ในญี่ปุ่น สามารถใช้ตรามาตรฐานอื่นๆ ได้หรือไม่ เช่น IFOAM หรือใช้ได้เฉพาะ Organic Jas
 
       
       
คำตอบ
:
ใช้ได้เฉพาะฉลาก Organic Jas Mark เท่านั้น ไม่สามารถใช้ตรามาตรฐานอื่นได้
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่มีความประสงค์จะขอฉลาก Organic Jas Mark จะต้องผ่านกระบวนการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ จาก RCOs ภายในหรือนอกประเทศญี่ปุ่นที่ได้ขึ้นทะเบียนต่อกระทรวงเกษตรเกษตร ป่าไม้และประมงญี่ปุ่น (MAFF)
 
 
       
คำถาม
:
จากกฎระเบียบห้ามใช้สารปรุงแต่ง 125 ชนิด ในผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกไปญี่ปุ่นรายการ ที่กำหนด r-orgzanol ห้ามปรุงแต่งในอาหาร อยากทราบว่า Rice bean oil ที่มีสาร r-orgzanol เป็น natural สามารถใช้ได้หรือไม่
 
       
       
คำตอบ
:
ญี่ปุ่นมีข้อกำหนดว่า สารปรุงแต่งอาหารใดๆ ก็ตามที่ได้ประกาศห้ามใช้นั้น หากนำไปเป็น Ingredient สำหรับการผลิตอาหาร ผู้ประกอบการสามารถใช้สารดังกล่าวได้ แต่หากนำไปใช้เป็น additive จะไม่สามารถใช้ในอาหารได้
 
 
       
คำถาม
:
กฎระเบียบเรื่อง Food Allergens ญี่ปุ่นกำหนดให้กุ้งและปู เป็นมาตรฐานบังคับตั้งแต่
เมื่อใด
 
       
       
คำตอบ
:
กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น (MHLW) ได้ประกาศให้มีการบังคับใช้กฏระเบียบ ดังกล่าว
ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2551 และผ่อนผันได้จนถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2553
 
ออสเตรเลีย
       
คำถาม
:
ได้รับการรับรอง organic จากกรมวิชาการเกษตร จะส่งออกไปออสเตรเลียได้หรือไม่
 
       
       
คำตอบ
:
การส่งออกสินค้า organic ไปออสเตรเลีย ต้องได้รับการรับรองจาก CB ที่ ออสเตรเลียรับรอง 7 แห่งเท่านั้น
 
 
ดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง
       
เอกสารสัมมนาเรื่อง ระเบียบการติดฉลากอาหารประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 53 โรงแรมรามาการ์เด้นท์ กรุงเทพมหานคร

โดยสำหรับผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารต่างๆได้ ดังนี้
 
 
   
1.
 
2.
 
3.
 
4.
 
5.
 
6.
 
7.
 
 
       

โดย สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)