Health Food : Header
หน้าแรก ผักผลไม้ ธัญพืช เนื้อสัตว์ เมนูอาหาร
  สับปะรด มีประโยชน์อย่างไร
 
          สับปะรด ผลไม้ที่ทุกคนชื่นชอบสับปะรดมีมากกว่าประโยชน์ที่เราคิด ช่วยป้องกันโรคต่างๆและ นำสับปะรดมาแปรรูปได้อีกมากมายเรามารู้จักกับสับปะรดกันดีกว่าครับ
          สับปะรดเป็นผลไม้ลำต้นเตี้ย เจริญเติบโตได้ดีในสภาวะอากาศร้อนแห้ง แล้ง มีดินปนทราย ขนาดของผลสับปะรดจะใหญ่กว่าลำต้น ส่วนใบจะเรียวยาว และแข็งแรงใช้ในการกักเก็บน้ำได้ดีครับเพราะมีเส้นใยที่เหนียวมากตรงเปลือกของสับปะรดจะมีลักษณะแข็งมีตาปรากฎอยู่รอบๆเปลือกเนื้อสับปะรดมีรสหวานอมเปรี้ยวชุ่มน้ำ บางพันธุ์มีรสหวานฉ่ำส่วนมากนะครับจะนิยมปลูกทั้งพันธุ์ปัตตาเวีย และพันธุ์ภูเก็ต แต่ในบ้านเราส่วนมากที่ขายกันอยู่ก็จะมี สับปะรด นางแล ภูแล เพชรบุรี ศรีราชา
          แล้วส่วนต่างๆของสับปะรดเนี่ย เขาเอามาทำอะไรกันบ้าง
          ผลสับปะรดจะเป็นส่วนที่มีเนื้อและน้ำซึ้งมีประโยชน์มากมายเลยครับเราจะกินผลสดๆก็ได้รวมไปถึงมาแปรรูปเป็นสับปะรดกวน,สับปะรดในน้ำเชื่อมบรรจุกระป๋องที่เราเห็นทั่วไป,แยมสับปะรดและสับปะรดอบแห้งหรือจะคั้นเป็นเครื่องดื่มน้ำสับปะรด,น้ำส้มสายชูก็ได้ครับ
          ใบสับปะรดรู้ไหมครับว่าใบสับปะรดเนี่ยเป็นเศษวัสดุที่มีมูลค่ามากเลยครับเพราะเส้นใยที่เหนียวนั้นสามารถนำมาแปรรูปเป็นผ้าใยสับปะรดซึ่งชาวฟิลิปปินส์จะนิยมนำมาทำเป็นผ้าพื้นเมืองด้วยครับอีกทั้งยังนำมาประยุกต์ใช้ทำเป็นกระดาษใบสับปะรดหรือเชือก
          เปลือกสับปะรดมีประโยชน์มากเช่นเดียวกันครับ เพราะตรงส่วนตาของสับปะรดนั้น อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าจึงนิยมนำมาแปรรูปเป็นอาหารของโค หรือจะอบแห้งเผื่อนำมาเป็นส่วนผสมหลักๆของอาหารสัตว์อื่นๆ แถมยังนำมาทำเป็นน้ำหมัก ปุ๋ยชีวภาพได้ด้วยครับ
          แกนสับปะรด บางสายพันธุ์นะครับที่มีแกนกลางใหญ่ๆจะนิยมนำมาแปรรูปเป็นแกนสับปะรดอบแห้งและแกนสับปะรดหยีที่ไม่นิยมรับประทานสดๆเพราะเนื้อของแกนสับปะรดจะมีลักษณะแข็งกระด้างครับ
          ประโยชน์และสรรพคุณของสับปะรด
           - ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง รับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินซี ที่สำคัญคือวิตามินช่วยในการทำงานของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันและยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อและต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆการรับประทานสับปะรดวันละหนึ่งชิ้นจึงเป็นการเพิ่มแรงต้านทานโรคให้แก่ร่างกายแต่ในผู้ที่มีเลือดจางไม่ควรกินมากนัก
           - ช่วยในการย่อยอาหารสับปะรดมีกากใยอาหารอาหารมากซึ่งมีความสำคัญกับการย่อยอาหารและเป็นที่รู้กันอยู่ว่ากากใยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอล ควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือดและช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งเพราะในสับปะรดมีเอนไซม์ตามธรรมชาติที่มีชื่อว่า“บรอมีเลน”สามารถช่วยย่อยอาหารได้ทั้งใสภาวะเป็นกรดและด่างจึงเหมาะมากที่จะพาไปช่วยย่อยในกระเพาะซึ่งเป็นกรด หากกินสัปปะรดหลังอาหารเป็นประจำจะช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายด้วยนะครับ(ใครที่กำลังอยากลดความอ้วนนี่ผมคอนเฟริมเลยครับได้ผลดีจริงๆ)
           - ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี สับปะรดมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีสที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะทำลายโครงสร้างของเซลล์และอาจทำให้เป็นโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ อัมพาต นอกจากนี้สารแอนตี้ออกซิแดนท์ยังมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย
           - ป้องกันความเสี่ยงจากโรคมะเร็งการรับประทานผักและผลไม้เป็นประจำและลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งเต้านมเพราะสับปะรดมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยป้องกันการเติบโตของเซลล์ร้ายในปอดป้องกันมะเร็งรังไข่
           - ช่วยป้องกันโรคต่างๆการรับประทานผักและผลไม้ให้ได้วันละ5กำมือจะช่วยลดการเสียชีวิตด้วยโรคเรื้อรังต่างๆเช่นอัมพฤกษ์อัมพาตหรือมะเร็งได้ถึง 20%อีกทั้งยังเสริมสร้างการดูดซึมอาหารเพราะสับปะรดมีกรดและวิตามินหลายชนิดครับ
           - ช่วยให้เหงือกแข็งแรง สับปะรดช่วยให้สุขภาพในช่องปากแข็งแรง เนื่องจากสับปะรดมีวิตามินสูงที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากโรคเหงือกได้
           - ช่วยยับยั้งการอักเสบเอนไซม์ Bromelainในสับปะรดจะช่วยยับยั้งการอักเสบทั้งนี้ชาวอเมริกาใต้โบราณใช้สับปะรดเป็นยารักษาโรคผิวหนังและรักษาบาดแผล
           สับปะรดดีต่อสุภาพสตรีและผู้ป่วย
           สำหรับสุภาพสตรีที่มีอาการปวดประจำเดือนอาการอักเสบจากริดสีดวงทวาร หรือผู้ป่วยอาการที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือดดำโรคกระดูกข้ออักเสบรูมาตอยด์ เก๊าท์ หากรับประทานสับปะรดเป็นประจำจะช่วยบรรเทาอาการต่างๆเหล่านี้ได้รวมไปถึงสมานแผลให้ทุเลาได้เร็วขึ้นด้วยครับ
           วิธีรับประทานสับปะรดให้ถูกต้อง
           สำหรับการรับประทานที่ถูกวิธีนะครับให้ใช้มีดใหญ่เฉือนเปลือกออกจนหมดจากนั้นจึงใช้มีดตัดส่วนตาออกเป็นร่องเฉียงเป็นแถวๆเอาส่วนตาออกแล้วตัดเป็นชิ้นแล้วเอาเกลือแกงทาให้ทั่วหรือมิฉะนั้นก็แช่ในน้ำเกลืออ่อนๆประมาณ 2-3 นาทีการทาเกลือหรือแช่ในน้ำเกลือนอกจากจะทำให้รสชาติดีขึ้นแล้วยังเป็นการทำลายสารจำพวกGlycoalkaoidและเอ็มไซม์บางชนิดซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้หลังรับประทานครับ
            ข้อแนะนำของสับปะรด   
            ถึงแม้ว่าสับปะรดจะเป็นผลไม้ที่เยี่ยมยอดเลยก็ว่าได้สำหรับเรานะครับแต่หากรับประทานในปริมาณมากๆอาจเป็นผลเสียต่อร่างกายได้ควรรับประทานสับปะรดควบคู่ไปกับการทานอาหารและผักผลไม้อื่นๆด้วยนะครับอย่าลืมบอกต่อเคล็ดลับดีๆให้เพื่อนๆต่อได้นะครับ
  ที่มา : http://www.xn--22c6buahm7b6c3b8g.com/
Health Food : Footer