| แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. 2540 ได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐมีหน้าที่จัดหาข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชนตามที่ขอโดยกำหนดเป็นหลักปฏิบัติว่า
ถ้ามีผู้มาขอข้อมูลข่าวสารอื่นใดของราชการและคำขอของผู้นั้นระบุข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่อาจเข้าใจได้ตามควร
เว้นแต่ผู้นั้นขอจำนวนมาก
หรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุอันสมควร
ข้อมูลข่าวสารของราชการใดมีสภาพที่อาจบุบสลายง่าย
หน่วยงานของรัฐจะขอขยายเวลาในการจัดหาให้หรือจะจัดทำสำเนาให้ในสภาพอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ข้อมูลข่าวสารนั้นก็ได้
ข้อมูลข่าวสารของราชการที่หน่วยงานของรัฐจัดหาให้ตามวรรคหนึ่ง
ต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่พร้อมจะให้ได้
มิใช่เป็นการต้องไปจัดทำ
วิเคราะห์ จำแนก รวบรวม
หรือจัดให้มีขึ้นใหม่ เว้นแต่เป็นการแปรสภาพเป็นเอกสารจากข้อมูลข่าวสารที่บันทึกไว้ในระบบการบันทึกภาพหรือเสียง
ระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบอื่นใด
ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการกำหนด
แต่ถ้าหน่วยงานของรัฐเห็นว่ากรณีที่ขอนั้นมิใช่การแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้าและเป็นเรื่อง
ที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพสำหรับผู้นั้นหรือเป็นเรื่อที่จะเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ
หน่วยงานของรัฐจะจัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้ก็ได้
บัญญัติวรรคสามไม่เป็นการห้ามหน่วยงานของรัฐที่จะจัดให้มีข้อมูลข่าวารของราชการใดขึ้นใหม่ให้แก่ผู้ร้องขอหากเป็นการสอดคล้องด้วยอำนาจหน้าที่ตามปกติของหน่วยงานของรัฐนั้นอยู่แล้ว
ให้นำความในมาตรา 9 วรรคสอง
วรรคสามและวรรคสี่ มาใช้บังคับแก่การจัดหาข้อมูลข่าวสารให้ตามมาตรานี้
โดยอนุโลม
มาตรา
23 หน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
(3)
จัดให้มีการพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาและตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องอยู่เสมอเกี่ยวกับสิ่งดังต่อไปนี้
(ก)
ประเภทของบุคคลที่มีการเก็บข้อมูลไว้
(ข)
ประเภทของระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
(ค)
ลักษณะการใช้ข้อมูลตามปกติ
(ง)
วิธีการขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารของเจ้าของข้อมูล
(จ)
วิธีการขอให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูล
(ฉ)
แหล่งที่มาของข้อมูล
|