มาตรฐานสากลการเป็นหน่วยรับรองระบบงาน (AB)

มาตรฐานสากลการเป็นหน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation Body : AB) ด้านสินค้าเกษตรและอาหาร
               สินค้าเกษตรและอาหารนับเป็นสินค้าหลักที่มีศักยภาพสูงในการส่งออก ดังนั้นการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารจำเป็นต้องมีการควบคุมดูแลและตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าของไทยมีคุณภาพปลอดภัยต่อผู้บริโภค จึงจำเป็นต้องมีการควบคุมตลอดทั้งห่วงโซ่อาหาร โดยเริ่มตั้งแต่การควบคุมกระบวนการ การเพาะปลูก การผลิต ผลิตภัณฑ์สุดท้าย จนถึงมือผู้บริโภค ให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากลเพื่อสร้างความมั่นใจและเป็นที่ยอมรับของประเทศคู่ค้า ดังนั้นหน่วยรับรอง (Certification Body: CB) จึงต้องมีบทบาทสำคัญในการให้การรับรองแก่เกษตรกรผู้ผลิต เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ผลิตมีการจัดการและควบคุมดูแลระบบการปฏิบัติงาน ตลอดจนความปลอดภัยของอาหารเป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยมีหน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation Body) ทำหน้าที่ในการให้การรับรองระบบงาน (Accreditation) แก่หน่วยรับรองให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องตามหลักสากล สามารถดำเนินการรับรองมาตรฐานให้แก่เกษตรกรผู้ผลิต ผู้ประกอบการได้
              ระบบมาตรฐานสากลการเป็นหน่วยรับรองระบบงาน ISO/IEC 17011: 2004 General requirements for accreditation bodies accreditation conformity assessment bodies เป็นมาตรฐานสากลสำหรับการเป็นหน่วยรับรองระบบงาน (Accreditation Body: AB) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ประกาศใช้แทนมาตรฐานเดิมสำหรับการเป็นหน่วยรับรองระบบงานแก่หน่วยรับรอง (Certification/ Registration Body: CB) ISO/IEC Guide 61: 1996 General requirements for assessment and accreditation of certification/ registration bodies, ห้องปฏิบัติการ (Calibration and Testing Laboratory) ISO/IEC Guide 58: 1993 Calibration and testing Laboratory accreditation systems - General requirements for operation and recognition และหน่วยตรวจ (Inspection Body: IB ISO/IEC TR 17010: 1998 General requirements for bodies providing accreditation of inspection bodies เนื่องจากมาตรฐานเดิมทั้ง 3 เรื่อง มีเนื้อหาที่ไม่เป็นปัจจุบัน ต้องมีการทบทวนใหม่ โดยเฉพาะข้อกำหนดในเรื่องความเป็นกลาง (Impartiality) และ AB ที่ดำเนินการหรือให้บริการแก่ลูกค้าต้องการใช้มาตรฐานเดียวในการเป็นหน่วยรับรองระบบงานในการตรวจประเมิน สำหรับการรับรองระบบงานแก่หน่วยรับรองทุกประเภท (Conformity Assessment Body: CAB) ซึ่งระบบมาตรฐาน ISO/IEC 17011: 2004 มีความชัดเจนกระชับในเนื้อหาและได้มีการนำไปใช้ (implementation) และยอมรับในข้อกำหนดของระบบมาตรฐานนี้จากสมาชิกขององค์กรสากล International Accreditation Forum (IAF) และ International Laboratory Accreditation Cooperation (ILAC) แล้วตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2549 ซึ่งเป็นวันที่ได้มีการประกาศใช้ระบบมาตรฐาน ISO/IEC 17011: 2004 อย่างเป็นทางการ

               ข้อกำหนดมาตรฐานการเป็นหน่วยรับรองระบบงานตาม ISO/IEC 17011: 2004 มีเนื้อหาโดยภาพรวมที่นำมาและจัดเป็นหมวดหมู่เพื่อความเข้าใจง่าย สรุปได้ดังนี้
               องค์กร
               1. องค์กรต้องมีเอกสารที่แสดงถึงการจัดตั้งองค์กรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
               2. องค์กรมีการกำหนดนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ที่มีการบริหารการจัดการในลักษณะที่เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ มีการกำหนดโครงสร้างองค์กรที่จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการให้การรับรอง
               3. องค์กรต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจเรื่องเกี่ยวกับการให้การรับรอง รักษาสภาพ ขยายขอบข่าย ลดขอบข่าย พักใช้หรือเพิกถอนการรับรอง
               4. องค์กรมีการจัดนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานให้มีการดำเนินงานแยกกันอย่างชัดเจนระหว่างกิจกรรมให้การรับรองกับกิจกรรมอื่นๆ
               5. องค์กรต้องดูแลรักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับมาอย่างเหมาะสม องค์กรต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือข้อมูลของผู้ขอการรับรองให้กับบุคคลที่สาม โดยไม่ได้รับการยินยอมจากผู้ขอการรับรองเป็นลายลักษณ์อักษร ในกรณีที่กฎหมายต้องการให้เปิดเผยข้อมูลไปยังบุคคลที่สาม องค์กรต้องมีการแจ้งให้ผู้ขอการรับรองทราบถึงข้อมูลที่จะเปิดเผย ก่อนที่จะเปิดเผยตามกฎหมาย
               6. องค์กรต้องมีการกำหนดระบบคุณภาพไว้เป็นเอกสารในคู่มือคุณภาพและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
               7. องค์กรต้องมีการจัดทำระบบคุณภาพเป็นเอกสารและเอกสารในระบบคุณภาพเหล่านี้ต้องจัดเตรียมให้พนักงานในองค์กรมีไว้ใช้อ้างอิง องค์กรต้องมั่นใจว่าได้มีการนำเอกสารในระบบคุณภาพ เช่น ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (procedure) วิธีการทำงาน (work instruction) ได้นำไปใช้ปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ
               8. องค์กรต้องมีการแต่งตั้งบุคคลที่รายงานโดยตรงกับผู้บริหารสูงสุดขององค์กร และต้องเป็นผู้ที่ไม่คำนึงถึงหน้าที่ความรับผิดชอบอื่นๆ องค์กรต้องมีการกำหนดหน้าที่ของตัวแทนของฝ่ายบริหารไว้อย่างชัดเจนโดยกำหนดให้มีหน้าที่ที่จะทำให้มั่นใจว่าระบบคุณภาพได้มีการจัดสร้าง นำไปใช้ปฏิบัติและรักษาไว้ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของมาตรฐานนี้ และต้องรายงานประสิทธิภาพของระบบคุณภาพให้ผู้บริหารขององค์กรได้รับทราบ เพื่อทบทวนระบบคุณภาพให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
               

1 2 3 4