ยุทธศาสตร์มาตรฐานความปลอดภัย ด้านสินค้าเกษตรและอาหาร

ยุทธศาสตร์ที่ 2 สนับสนุนผู้ผลิตเข้าสู่ระบบมาตรฐาน์


วัตถุประสงค์
      1. เพื่อขยายจำนวนฟาร์มมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice : GAP) ที่ได้รับการรับรองให้มากขึ้น และเร็วขึ้นโดยเน้นการรับรองแบบกลุ่มมากขึ้น จากเดิมรับรองเป็นรายฟาร์มสำหรับสินค้าที่มีความพร้อมในการรับรองระบบกลุ่ม สำหรับสินค้าที่ยังไม่มีความพร้อมหรือรูปแบบการผลิตไม่เหมาะสมในการรับรองระบบกลุ่มให้ดำเนินการรับรองเป็นรายฟาร์มเช่นเดิม
      2. เพื่อขยายจำนวนสถานประกอบการและโรงงานประเภทต่างๆ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP หรือ HACCP

เป้าหมาย
      1. เพิ่มจำนวนฟาร์มมาตรฐานของเกษตรกร ครอบคลุม พืช ประมง ปศุสัตว์
      2. เพิ่มจำนวนสถานประกอบการและโรงงานขนาดเล็กและขนาดกลางที่ได้มาตรฐานครอบคลุม พืช ประมง ปศุสัตว์

กลยุทธ์
      1. ตรวจรับรองฟาร์มโรงงานและสถานประกอบการ
      2. จัดระบบการรับรองฟาร์มมาตรฐาน
      3. ยกระดับผู้ผลิตและผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบมาตรฐาน

แนวทางการดำเนินงาน
      - เพิ่มโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยเข้าสู่ระบบมาตรฐานมากขึ้นโดยดำเนินการ ในการขยายผลโครงการฟาร์มมาตรฐานระบบกลุ่ม (Group Certification) โดยดำเนินการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ต้นแบบจากโครงการนำร่องกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผักที่อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้มีสัดส่วนฟาร์มที่ผ่านการรับรองแบบกลุ่ม : ฟาร์มที่ผ่านการรับรองแบบรายฟาร์มเพิ่มขึ้น
      - คัดเลือกกลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อมในการเข้าสู่ระบบฟาร์มมาตรฐาน ในสินค้าเป้าหมาย ทั้งนี้ให้พิจารณาในสินค้าและพื้นที่ที่มีกลุ่มเกษตรกรที่มีความพร้อมเท่านั้น
      - ดำเนินการบูรณาการทั้งการสร้างที่ปรึกษาเกษตรกร ผู้ตรวจประเมินสำหรับ การรับรองแบบกลุ่ม และส่งเสริมการผลิตสินค้ามาตรฐาน (GAP) ของกลุ่มเกษตรกร รวมทั้งการสร้าง GAP อาสาในพื้นที่
      - สร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มเกษตรกรในด้านต่างๆ โดยมีการฝึกอบรมระบบ การควบคุมภายในแบบกลุ่ม และการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากภาครัฐ
      - สำหรับกลุ่มพืช เนื่องจากในบางสินค้ามีต้นแบบจากโครงการนำร่องแล้ว ให้ขยายผลตั้งแต่ปีแรกของแผน และจัดทำต้นแบบสำหรับกลุ่มสินค้าใหม่ที่ยังไม่มีต้นแบบจากโครงการนำร่อง
      - ส่วนกลุ่มประมงและกลุ่มปศุสัตว์ ในปีแรกให้จัดทำในลักษณะโครงการนำร่องเพื่อหาต้นแบบสำหรับสินค้าเป้าหมายก่อนแล้วในปีที่ 2-3 จึงขยายผล
      - สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่ได้เข้าระบบการรับรองแบบกลุ่ม ยังคงใช้ระบบ การตรวจรับรองรายฟาร์มเช่นเดิม
      - สร้างหน่วยตรวจรับรอง (CB) เอกชนด้านการตรวจรับรองฟาร์ม เพื่อเพิ่มจำนวนหน่วยตรวจรับรองเอกชนด้านนี้ (ปัจจุบันมีรายเดียวและค่าใช้จ่ายสูง) โดยภาครัฐ ให้การสนับสนุนด้านการอุดหนุนค่าตรวจรับรอง รวมทั้งการสร้างผู้ตรวจประเมิน (Auditor) ด้านการตรวจรับรองฟาร์ม
      - เนื่องจากผู้ประกอบการและโรงงานรายใหญ่จะมีระบบมาตรฐานอยู่แล้ว ดังนั้น เน้นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและโรงงานขนาดเล็กและขนาดกลางเข้าสู่ระบบมาตรฐานโดยให้ดำเนินการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการให้คำปรึกษา วางระบบมาตรฐาน เพื่อให้สามารถยกระดับจนกระทั่งได้รับการรับรองมาตรฐานได้