=======================================================
   แก้ปัญหา "ดินเค็ม"

                ปัญหาดินเค็ม เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่พบเจอกับผม เนื่องจากปีก่อนโดนน้ำท่วมหนัก เลยต้องวางโครงการปลูกบ้านใหม่ ไม่ใช่หนีน้ำ แต่เพื่อให้อยู่กับน้ำได้นานขึ้น เลยต้องตัดสินใจถมบ่อปลาที่ขุดไว้เดิม เพราะหากน้ำท่วมซ้ำอีกรอบเหมือนปี 2554 อาจจะกลายเป็นบ้านในบ่อ ซึ่งก็ลึก อาจเป็นอันตราย อีกทั้งดินก็ไม่ได้แน่น หากมีบ่อแล้วดินนิ่ม บ้านอาจทรุดถึงกับถล่มได้เพราะบ้านอยู่ติดริมบ่อ

               
จึงเหมาดินจากสวนแห่งหนึ่งมาถม ผู้รับเหมาบอกว่าดินดี ปลูกพืชได้ เลยตัดสินใจเลือก พอถมเสร็จ กลายเป็นว่าได้ดินเหนียวมา สีดำๆ กั้นน้ำได้ดี เรียกว่า หากมีน้ำขังรับรองไม่ซึมผ่านไปง่ายๆ แน่ แต่หากน้ำระเหยหมด เอาฆ้อนมาทุบใช่ว่าดินจะแตกเอาง่ายๆ หนักใจแล้วอีกหนึ่งเปราะ แต่ไม่ว่ากัน หลังจากถมไปแล้ว 1 เดือนเห็นว่าดินไม่น่าจะยุบตัวเร็วเพราะดินเหนียวในสวนที่เป็นที่นาเก่า นี่ก็แค่ชั้นดินแรกๆ ถึงจะไม่ใช่หน้าดินแต่ก็น่าจะปลูกอะไรขึ้นได้ เพราะเห็นสีดำๆ น่าจะได้แร่ธาตุมาเยอะ เลยหามะพร้าว มะนาว มะม่วง มะละกอ ผลไม้และต้นไม้ตระกูลมะหลายๆ อย่างมาแซมๆ ปลูกๆ ในพื้นที่รอบๆ ก่อน

               
ผ่านไป 3 เดือนชักไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น มะม่วงพากันใบเหลือง เหี่ยวและตาย มะนาวบางต้นก็ไม่รอด ที่รอดก็แคระ แกรน มะพร้าวใบเหลือง โตช้า ชวนชมที่ว่าทนๆ ก็ยังใบเหลือง กระดังงาที่ว่าแน่ๆ ก็ยังใบเหลียงไม่โต หูกระจงที่ว่าขึ้นได้ทุกสภาพดิน ไม่ตายแต่ก็ไม่โต แรกๆ ก็คิดว่าน้ำคงไม่พอ แต่ก็รดเช้าเย็นไม่น่าจะมีปัญหา หลังๆ เข้าหน้าฝน ตกเกือบทุกวันได้น้ำแน่นอน ก็ไม่ดีขึ้น ลองสังเกตุเห็นวันฝนหยุด แดดจัดๆ พื้นดินแห้ง เห็นหน้าดินแห้งเป็นคราบสีขาวๆ ชัดแล้ว เกลือ แม้จะไม่ต้องชิมด้วยลิ้นตัวเอง แต่สภาพนี้ แร่ธาตุที่ได้จากสารเคมีจากการกสิกรรม ที่เป็นที่นาเก่าหลายปี ปัญหานี้แก้ไขค่อนข้างยากในที่ดินปิด

ปัญหาดินเค็ม ในที่ดินปิด

                ที่บอกว่าเป็นที่ดินปิด เพราะรอบข้างนั้นไม่สามารถใช้น้ำจากธรรมชาติให้ชะล้างเกลือ ออกผ่านไปได้ง่ายๆ เพราะข้างๆ ก็บ้านคน ข้างๆ ก็สวนคนอื่น การจะใช้น้ำล้างเกลือออกไปจากที่ดินของตัวเอง น้ำก็ต้องไหลเข้าสู่พื้นที่เกษตรของคนอื่น น้ำต้องไหลเข้าสู่สวนของคนอื่น อาจเดือดร้อนกันยิ่งกว่า ปัญหาการแก้ไขดินเค็มในที่ดินแบบนี้ จึงต้องใช้เวลาและการรอคอย ที่ไม่ง่ายเอาซะเลย

               
เมื่อค้นดูข้อมูลแล้วพบว่า พื้นที่ที่มีความเค็มในระดับสูงไม่สามารถเพาะปลูกพืชได้ ทางกรมพัฒนาที่ดินได้แนะนำให้ปรับปรุงพื้นที่โดยขุดยกร่องขึ้นเป็นคันดิน เมื่อฝนตกลงมาจะ ชะล้างความเค็มให้ไหลไปกับน้ำ และควรปลูกพืชทนเค็มไปพร้อมๆ กันด้วย เช่น หญ้าดิ๊กซี่ กระถินออสเตรีย เพื่อช่วยลดอัตราการระเหยน้ำออกจากดิน และยังสามารถลดการเกิดคราบเกลือ บนผิวดินลงด้วย ส่วนในพื้นที่ที่มีความเค็มปานกลางและเค็มน้อย ควรใช้ปุ๋ยพืชสดในการบำรุงดิน เช่น โสนอัฟริกัน โสนคางคก โสนอินเดีย ทำการตัดสับและไถกลบลงดิน เพื่อเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุแก่ดิน รวมถึงการตรึงไนโตรเจนจากอากาศลงในดิน หลังจากปุ๋ยพืชสดเกิดการย่อยสลายแล้ว ใช้แกลบหว่านให้ทั่วพื้นที่ เนื่องจากแกลบจะช่วยทำให้ดินร่วนซุย ถ่ายอากาศและน้ำได้ดี และแกลบยังมีสารซิลิกา เมื่อสารตัวนี้สลายตัวจะช่วยต้านทานโรคแมลง ลดอัตราการระเหยของน้ำที่จะพาเกลือมาสะสมที่ผิวดิน

               
แต่ดินนี่เป็นดินที่ถมใหม่ ฉะนั้นแล้วจะมีเกลืออยู่แค่เท่าที่ดินใหม่ที่ถม ดังนั้น วิธีแก้ปัญหาดินเค็มในพื้นที่นี้ จึงเป็นการขุดร่องให้น้ำไหลผ่านทั่วบริเวณ และทำทางน้ำไหลออกเพื่อไม่ให้เดือดร้อนสวนชาวบ้าน ในขณะเดียวกัน การใช้ซากพืชต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพืชชนิดไหนก็ตาม นำมาคลุมดิน ให้ย่อยสลายลงในดิน ปูทับด้วยแกลบ และปุ๋ยคอก ก็สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง

               
การใช้ปุ๋ยคอก แกลบ และเศษพืช สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน และช่วยยับยั้งดินเค็มในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี 

               
การปลูกพืชในดินเค็มให้ได้ผล การจัดการน้ำนับเป็นเรื่องสำคัญที่สุด วิธีการให้น้ำแก่พืชที่เหมาะสมจะช่วยแก้ปัญหาการปลูกพืชในดินเค็มได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการให้น้ำที่สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้เป็นอย่างดี และยังสามารถควบคุมไม่ให้ความเค็มในดินเป็นอันตรายต่อพืชได้อีกด้วย หลักการของการให้น้ำแก่พืชที่ปลูกในดินเค็มคือ การให้น้ำครั้งละน้อยๆ แต่ให้บ่อยครั้งเพื่อรักษาความชื้นในดินบริเวณเขตรากพืชให้สูงอยู่ตลอดเวลา เป็นการลดความเข้มข้นของเกลือ และป้องกันไม่ให้เกลือในดินชั้นล่างขึ้นมาสู่เขตรากพืชได้

               
พืชที่ปลูกในดินเค็ม โดยทั่วไปจะมีการเจริญเติบโตและผลผลิตน้อยลงตามอัตราส่วนของความเค็มที่เพิ่มขึ้น ลักษณะของพืชที่ปลูกในดินเค็มมักจะมีลำต้นแคระแกร็น ใบหนามีสีเขียวอมน้ำเงิน มีรอยไหม้ตามขอบใบ และมักจะแสดงอาการขาดน้ำบ่อย

สาเหตุของดินเค็มที่ทำให้พืชเจริญเติบโตไม่ดี

  • พืชจะลดการดูดน้ำ และจะแสดงอาการขาดน้ำออกมา ทำให้การเจริญเติบโตของพืชลดลง และถ้าดินมีความเข้มข้นของเกลือมากขึ้นไป จะเกิดปฏิกิริยาจากพืชคือ น้ำในพืชจะไหลออกมายังสารละลายดินนานเข้าพืชจะเหี่ยวตาย
  • ธาตุบางชนิดเป็นพิษแก่พืชโดยตรง หรือทำให้เกิดความไม่สมดุลย์ของธาตุอาหาร
  • คุณสมบัติทางกายภาพของดินเค็มเลว ดินแน่นทึบ น้ำซึมผ่านได้ยาก การถ่ายเทอากาศในดินไม่ดี มีการยืดหดตัวมากเมื่อแห้ง ดินจะแตกระแหง ทำให้รากพืชขาด

การให้น้ำแบบหยด ลดปัญหาดินเค็ม

                เป็นวิธีที่จะแก้ปัญหาการปลูกพืชในดินเค็มได้ เพราะโดยหลักการให้น้ำแก่พืชที่ปลูกในดินเค็มคือการให้น้ำครั้งละน้อย ๆ แต่ให้บ่อยครั้ง เพื่อให้ดินมีความชื้นสูงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับวิธีการให้น้ำแบบหยด กล่าวคือการให้น้ำแบบหยดเป็นการให้น้ำแก่พืชครั้งละน้อย ๆ ตามเวลาและปริมาณที่ต้องการ โดยการปล่อยน้ำไปตามท่อผ่านหัวปล่อยน้ำลงไปสู่พื้นดินบริเวณรากพืช พยายามรักษาความชื้นในดินบริเวณรากพืชให้มีความชื้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจากหลักการดังกล่าวพอจะสรุปได้ว่า การให้น้ำแบบหยดช่วยแก้ปัญหาการปลูกพืชในดินเค็มได้ด้วยเหตุผลสำคัญ ๆ 4 ประการ คือ

  • ขณะที่น้ำจากหัวปล่อยน้ำค่อยๆ หยดลงสู่ดินบริเวณรากพืชนั้น น้ำจะค่อย ๆ ซึมเข้าไปในดินทุกทิศทาง พร้อมกับละลายเกลือต่างๆ ในดินและดันเกลือออกไปอยู่รอบนอกของบริเวณที่ชุ่มชื้นจากหัวปล่อยน้ำ และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกลือซึ่งอยู่ด้านล่างขึ้นมากับน้ำ อันเนื่องมาจากการระเหยของน้ำบริเวณผิวดินอีกด้วย ทำให้เกลือในดินบริเวณรากพืชลดน้อยลง
  • เนื่องจากดินบริเวณรากพืชมีความชื้นสูงอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้ความเข้มข้นของเกลือที่เหลืออยู่เจือจางลง สารละลายดินก็ลดลงด้วย รากพืชสามารถดูดน้ำและธาตุอาหารขึ้นไปใช้ได้ง่ายขึ้น
  • การให้น้ำแบบหยดสามารถให้ธาตุอาหารพืชต่างๆ ไปกับน้ำขณะทำการให้น้ำได้โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองแรงงานแต่อย่างใด จึงสามารถแบ่งใส่ปุ๋ยให้แก่พืชได้ตามเวลาและปริมาณที่พืชต้องการ โดยแบ่งใส่ครั้งละน้อยๆ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้การใช้ปุ๋ยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพแล้วยังช่วยแก้ปัญหาการเพิ่มความเค็มของดินอันเนื่องจากการใส่ปุ๋ยครั้งละจำนวนมากๆ อีกด้วย
  • การให้น้ำแบบหยดเป็นวิธีการให้น้ำระบบท่อที่สามารถควบคุมปริมาณน้ำได้ดีที่สุดจึงสามารถให้น้ำได้มากน้อยตามความต้องการตลอดเวลา เป็นการสะดวกในการควบคุมปริมาณเกลือในดินบริเวณรากพืชโดยระบบการให้น้ำ

                จากการศึกษาการให้น้ำแบบหยดสำหรับการปลูกพืชในดินเค็มกับฝรั่งเวียตนาม มะเขือเทศ มะพร้าว พุททรา ชมพู่ ละมุด และพืชผักต่างๆ ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ดังนั้นการให้น้ำแบบหยดจึงเป็นวิธีการที่ดีวิธีหนึ่งสำหรับการแก้ปัญหาการปลูกพืชในดินเค็ม

 

ขอบคุณที่มา : www.kasetorganic.com

31/07/2012