=======================================================
   ปลูกอะไรดี ในพื้นที่อากาศร้อน

                ภูมิอากาศของประเทศไทยขึ้นอยู่กับระบบของลม ตามฤดูกาลคือ ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำให้เกิดเป็นแนวปะทะลมร้อน ทำให้แต่ละภาคของประเทศมีภูมิอากาศไม่เท่ากัน ในทางภาคใต้เองจะเป็นอากาศร้อนชื้นและฝนตกมาก ส่วนภาคตะวันออกมักจะเกิดหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้ร้อนอบอ้าว ไม่แน่ไม่นอน การปลูกต้นไม้ แม้จะอาศัยดินและน้ำ แต่ก็ต้องพึ่งพาลมฟ้าอากาศเป็นตัวช่วยเสริม หากเลือกปลูกพืชในพื้นที่ใดๆ จำเป็นต้องเลือก พันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่นั้นๆ ด้วย ใช่ว่าทุกภูมิภาค จะสามารถปลูกได้เหมือนกันและให้ผลผลิตเหมือนกันทั้งหมด

               
อากาศร้อน ปลูกต้นไม้เพื่อให้รู้สึกเย็น ได้ร่มเงาจากต้นไม้ ช่วยบังแดดในบางช่วงเวลา อากาศทุกสภาพ สามารถปลูกไม้ใหญ่ ไม้ป่าได้งอกงาม แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพดินด้วย ในที่นี้ขอพูดเรื่องสภาพอากาศอย่างเดียว หากหลายเรื่องไปก็จะเกิดอาการงงได้

ปลูกพืชชนิดไหนดีในสภาพภูมิอากาศร้อน ที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 37 องศาเซลเซียส หากเทียบเป็นผักตามฤดูกาล ช่วงหน้าร้อนเค้าก็จะแนะนำว่า ควรปลูกผักชี ผักบุ้ง ผักกาดหัว ถั่วผักยาว แตงกว่า ผักกาดเขียวปรี ผักกว่างตุ้ง หากมีฝนบ้างเล็กน้อยก็อาจจะปลูกคะน้า กุ้ยฉาย บวบเหลียม ข้าวโพดหวาน หอมแดง ผักชีลาว ผักโขม กุ้ยฉาย ผักกาดขาว ผ้กกาดหอม พริก มะเขือเปราะ มะเขือยาว ส่วนที่ปลูกได้ตลอดและน้ำต้องถึงก็จะเป็นประเภท ขิง ข่า ตะไคร้ โหระพา แมงลัก

                อากาศร้อนน้ำต้องถึงจึงปลูกพืชได้งาม หากแหล่งน้ำขาดแคลน ลองศึกษาเรื่อง พืชที่ต้องการน้ำน้อย ดู บางแห่งแนะนำให้ปลูก กาแฟอราบิก้า แต่พืชชนิดนี้ สามารถปลูกได้ เพียงแต่ต้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้นผิวดิน ไม่ให้ดินมีอุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาเซลเซียส ระดับที่เหมาะสมคือ 25-28 องศาเซลเซียส ควบคุมด้วยการปลูกไม้บังร่ม และให้น้ำด้วยระบบน้ำหยด (ที่มา thecoffeecartel.co.th)

การปลูกพืชในที่ร้อนแล้ง และดินมีสภาพแข็ง

               
เนื่องจากความชื้นน้อยประกอบกับโลกที่มีโอกาศร้อนขึ้นทุกๆ ปี จนทำให้ต้นไม้ที่ปลูกใหม่ๆ ต้องตายไป ไม่ก็เลี้ยงไม่โต ดังนั้นจึงต้องพิจารณาหลายปัจจัย เพื่อให้พืชที่ปลูกนั้น รอดตายได้ โดยการเลือกชนิดต้นไม้ที่ทนแล้ง จากการสำรวจพื้นโดยรอบว่า มีพืชชนิดไหนบ้างที่ยังมีใบที่เขียวดีในช่วงนั้น โดยเลือกพันธุ์ไม้ที่ไม่ต้องดูแลมาก ส่วนใหญ่จะพบว่า ต้นยูคาลิปตัส สะเดา มันสำปะหลัง มะฮอกกานี สามารถเติบโตได้ดีในสภาวะร้อนและแห้งแล้ง ให้ลองสังเกตว่า ไม้ป่าหรือไม้อะไรที่โตได้ดีในช่วงแล้งจัด อาจพบว่ามี กระถิน ปีบ นุ่น ตะคร่ำ แสลงพัน เถาหญ้านาง มะรุม สามารถเติบโตได้ดีในสภาพแห้งแล้ง ส่วนผลไม้ที่ต้องดูแลหน่อย แต่ยังงามและให้ผลผลิตที่ดีดีในฤดูแล้ง คือ ลำใย

                พืชชนิดไหนเติบโตได้ดีในช่วงร้อนจัดใบอ่อนของพืช มักทนแดดไม่ไหว พืชจึงต้องมีใบแก่พอสมควร ก่อนการปลูกลงดิน ควรให้พืชได้แดดจัดและลดการให้น้ำบ่อยๆ จนเหลือการให้น้ำสัปดาห์ละครั้ง หากยังอยู่ได้ทั้งที่อยู่ในที่จำกัดก็สามารถปลูกลงดินในสภาพที่ร้อนจัดได้ ควรคัดเลือกเมล็ดพันธุ์โดยการปลูกด้วยเมล็ดแล้วดึงต้นที่ไม่แข็งแรงออก เหลือแต่ต้นที่แข็งแรงไว้ การดูแลจะน้อยลงเพราะต้นไม้มีความอดทนสูงมากในสภาพที่มีอากาศร้อนสูง

               
อย่างไรก็ตาม การรักษาน้ำหน้าดินก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พืช รอดตายจากการขาดน้ำ การเอาฟางหรือหญ้าแห้งมารักษาความชื้นหน้าดินไม่ให้แสงแดดสลายความชื้นให้ระเหยไปสามารถทำได้โดยการเอาฟางไปแช่น้ำก่อนสัก 1 ชั่วโมง ก่อนนำมาใช้ก็คลุมพื้นที่รอบๆ ต้นกล้าไม้ ให้มีรัศมีอย่างน้อย 1 ฟุต ในบางแห่งที่ดินพื้นที่ร้อนมาก อาจใช้ฟางปูตั้งแต่ก้นหลุมและข้างหลุมด้วย ตลอดจนการทำใส้ตะเกียงสี่ทิศให้ดึงน้ำจากปากหลุมลงรากต้นไม้โดยตรง

               
ปลูกพืชในพื้นที่ร้อนแล้ง และมีสภาพดินแข็ง การดูแลต้นไม้ก่อนปลูกและหลังปลูกช่วง 2 ปี แรกนั้นมีความสำคัญมาก เพราะหลังจากนั้นก็ลดการดูแลลงได้ เหมือนการดูแลคนตั้งแต่อยู่ในครรภ์และขณะที่ยังเป็นทารกอยู่ สิ่งที่ต้องสนใจมากในการปลูกพืชในพื้นที่แล้งและมีสภาพอากาศที่ร้อน คือ ความร้อนจากแสงแดด ความชื้น โดยต้องเน้นเรื่องการเตรียมหลุม การทำที่บังแสงแดด อาจต้องใช้วิธีพิเศษเข้าช่วย โดยการปลูกพืชทนแล้ง หรือเพื่อนพืชก่อนล่วงหน้าไว้ช่วยดูแล และให้พยายามใช้สารเคมีที่มีพิษน้อยที่สุด หากจำเป็นต้องใช้ก็ควรใช้เท่าที่จำเป็นจริงๆ เพราะสารเคมีจะมีฤทธิ์มากในสภาพร้อนจัด การพยายามสังเกตุดูพื้นที่ และลักษณะโดยรอบว่า พืชชนิดไหนขึ้นและเติบโตได้ดีในบริเวณใกล้เคียง ทำไมจึงได้ผล พืชบางอย่างทนร้อนไม่เก่งต้องขึ้นอิงแอบกับเพื่อนพืช เช่น ต้นยอ ต้นผักหวานป่า ก็เป็นอีกแนวทางในการนำไปใช้สำหรับการปลูกพืชในสภาพที่มีภูมิอากาศร้อนมาก

อ้างอิงข้อมูล eduzones.com / thecoffeecartel.co.th / red-rose-peacyka.blogspot.com

 

ขอบคุณที่มา : www.kasetorganic.com

11/10/2012